Trọng tài Việt Nam: Thượng bất chính, hạ tắc loạn

Vòng 9 m88 V-League mùa 2016 có thể được gọi như vòng đấu của các trọng tài khi có tới 3/7 trận đấu các vua sân cỏ đã mắc sai lầm nghiêm trọng dẫn đến sự phản ứng gay gắt từ dư luận. Nhưng, đừng ngạc nhiên vì điều này khi mà câu chuyện trọng tài vẫn luôn là vấn đề muôn thủa của bóng đá Việt.

Sai từ dưới

Ngay sau khi trận đấu giữa Thanh Hóa và SLNA kết thúc, TGĐ VPF Cao Văn Chóng đã khẳng định một điều: Trọng tài đã sai trong tình huống thổi phạt đền cho đội bóng xứ Thanh.

Và có lẽ, chẳng cần ông Chóng hay bất cứ quan chức nào của VPF, VFF khẳng định thì ai cũng có thể thấy rõ trọng tài Hà Anh Chiến đã mắc lỗi nghiêm trọng đến thế nào.

Mà đây cũng không phải lần đầu tiên vua áo đen người Hà Nội bị phản ứng vì một quyết định khiến đội bóng chịu thiệt không thể kìm chế, khi ở mùa trước cũng công nhận bàn thắng không hợp lệ cho Thanh Hóa.

Không chỉ có mình ông Chiến, trọng tài Đức Vũ – người cầm còi chính trong trận đấu giữa Long An và Đồng Tháp cũng đã mắc sai lầm tương tự với một quả phạt đền được kéo từ ngoài vòng 16m50 vào trong.

Rất may cho Đồng Tháp, hay đúng hơn may cho trọng tài chính người Bình Thuận ở pha sút phạt đền đó Franklin đã dứt điểm không thành công.

Cũng giống như đồng nghiệp của mình, trọng tài Đức Vũ cũng là tiêu điểm của rất nhiều sự cố ngay ở mùa 2016 với việc bị các cầu thủ HA.GL tố văng tục ở trận đấu tại vòng 8 trên sân…Thanh Hóa.

Vòng 9 cũng chứng kiến thêm một tình huống cứu thua ngoạn mục khác nữa từ một trọng tài – ông Nguyễn Hiền Triết bằng việc kéo bóng ra khỏi khung thành cả 1 m, để giúp Hải Phòng tránh được bàn thua trước HN.T&T.

3 trường hợp kể trên chỉ là một phần bề nổi của tảng băng chìm, bởi thực tế từ đầu mùa đến giờ các đội bóng ít kêu ca, phản ứng không hẳn các trọng tài đã đúng chỉ đơn thuần: Kêu cũng vậy, nói cũng thế mà thôi.
Sai lên đến trên

11 năm trước, ông Nguyễn Đức Vũ đã từng dính líu đến vụ hối lộ và môi giới hối lộ rất đình đám của BĐVN ở CLB NH Đông Á – Thép Pomina để bị chính ban trọng tài xóa tên trong danh sách làm nhiệm vụ.

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ รับรองว่า ลุ้นกันสนุก

            สำหรับใครที่เป็นแฟนบอลพรีเมียร์ลีก ต้องบอกเลยว่าในฤดูกาลนี้ รับรองว่าลุ้นกันสนุกทีเดียว เพราะ ทีมใหญ่หลายทีม ต่างทำหมูหกในหลายๆนัด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในตอนแรกที่คิดว่านอนมา กลับทำผลงานได้น่าผิดหวังหลายนัดติดต่อกัน จนทำให้ล่าสุด ผ่านไปสิบสามนัด ทีมนำกลับกลายเป็นทีมที่ไม่มีใครคาดคิดอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ส่วนทีมใหญ่อื่นๆ ก็เกาะกลุ่มกันมา จะมีเพียงเชลซีเท่านั้น ที่กลายเป็นทีมท้ายตารางไปเสียได้ สำหรับลิเวอร์พูลเอง ก็ทำผลงานได้ตามมาตรฐานคือทีมกลางๆของตารางนั่นเอง

            แม้ว่า m88 พรีเมียร์ลีก จะผ่านไปประมาณหนึ่งในสามแล้ว เราก็คงไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ง่ายๆ เพราะในปีนี้แต่ละทีมเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี และทีมใหญ่หลายๆทีมก็ไม่เป็นทีมที่สามารถเอาชนะทีมอื่นได้อย่างง่ายๆอีกต่อไปแล้ว ใครที่เป็นแฟนบอลทีมไหน ต้องบอกว่า ในช่วงเดือนธันวาคม ถือได้ว่าเกมลีกจะมีความเข้มข้นมาก เพราะมีเตะกันถี่ ช่วงนี้เองจะเป็นช่วงที่เราจะเริ่มเห็นแล้วว่า ทีมใดมีโอกาสที่จะลุ้นแชมป์ได้บ้างแล้ว

          อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้ ชื่อของเชลซี น่าจะกาทิ้งออกไปเป็นทีมใหญ่ทีมแรกที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ เพราะด้วยคะแนนที่อยู่ท้ายตารางไม่ใช่เพราะโชคไม่ดี แต่ฟอร์มการเล่นไม่ดีต่างหาก น่าจะกลับมายาก ส่วนทีมขนาดกลางอย่างลิเวอร์พูล น่าจะต้องให้คลอปป์จูนระบบสักหนึ่งฤดูกาลก่อน ในฤดูกาลหน้าอาจจะมีสิทธิ์ได้ลุ้นก็เป็นได้ สุดท้ายแล้ว ผมก็ยังเชื่อว่า ทีมลุ้นแชมป์ ก็น่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล สามทีมนี้เท่านั้นครับ

ทำความรู้จักกับ 5 สโมสรฟุตบอลที่รวยสุดในโลกประจำปี 2558

               หลายคนที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศอาจจะสงสัยว่า ทำไม m88 แต่ละสโมสรสามารถจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะบางคนคิดเป็นเงินไทยสัปดาห์ละสิบกว่าล้านบาท หรือซื้อนักเตะในราคาหลายพันล้านบาท เหตุผลก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ เนื่องจากทีมเหล่านั้นรวยนั่นเอง เราลองมาดู 5 อันดับแรกของสโมสรที่รวยที่สุดในโลก จัดโดยนิตยสารฟอร์บกันดีกว่าครับ

               สำหรับอันดับที่ห้า ไม่ได้เหนือความคาดหมายเลย กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และมีสปอนเซอร์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องกับมูลค่าทีมที่ 1,380 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น อันดับที่สี่ เป็นของ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในบุนเดสลีก้า ส่งผลให้ผลประกอบการดีวันดีคืน จนทำให้ทีมมีมูลค่าถึง 2,350 ล้านดอลลาร์ สำหรับอันดับสาม ไม่ใช่ทีมไหนครับ นั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง ที่แม้ผลงานของทีม อาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมาย แต่ในเรื่องความนิยม รวมถึงผลประกอบการกินขาดครับ มีมูลค่าทีมถึง 3,100 ล้านดอลลาร์ และแนวโน้มก็น่าจะมากกว่านี้เรื่อยๆครับ

                 อันดับที่สอง ก็คือยอดทีมจากสเปนอย่าง บาร์เซโลน่า ที่ทำรายได้อย่างมหาศาลเมื่อปีที่ผ่านมา และยังมีนักเตะระดับโลกอยู่หลายคน กับมูลค่าทีมเบาะๆเพียง 3,160 ล้านดอลลาร์ เท่านั้นครับ สำหรับอันดับหนึ่งเชื่อว่าหลายคนคงจะเดาออก แม้ว่าผลประกอบการอาจจะลดลงแต่ไม่ได้ทำให้มูลค่าของทีมตกลงไปเท่าใด ยังคงสามารถคว้าแชมป์สามปีติดไว้ที่ มูลค่าทีม 3,260 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นแล้ว แฟนบอลหลายๆคนก็คงจะไม่แปลกใจนะครับว่า เหตุใดทีมเหล่านี้จึงมีเงินมากมายไปซื้อและจ่ายค่าตัวนักเตะที่แสนจะแพงได้

ทีโอที เอสซี ทีมแรก ร่วงสู่ดิวิชั่นหนึ่ง

              ในที่สุดแล้วก็ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับสโมสรทีโอที เอสซี ซึ่งก็กลายเป็นทีมแรกที่ร่วงสู่ดิวิชั่นหนึ่งอย่างเป็นทางการ หลังจากที่จมอยู่อันดับสุดท้ายของตารางมานาน แม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายเท่าใดนัก แต่หลายคนก็ยังแอบลุ้นว่า ทีโอทีฯจะสร้างปาฏิหาริย์ได้ ทั้งนี้ก็เพราะว่า ปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นได้แก้ไขแล้ว นักเตะก็อาจจะรวมพลังต่อสู้เพื่ออยู่รอดต่อไป แต่ในที่สุดการมาพยายามช่วงท้ายก็ไม่เป็นผลสำหรับทีโอทีฯ เนื่องจากทำผลงานย่ำแย่มานานแล้วนั่นเอง

             ทีโอทีฯถือได้ว่าเป็นสโมสรที่มีปัญหามากที่สุดของไทยพรีเมียร์ลีก โดยปัญหาเริ่มต้นตั้งแต่ต้นฤดูกาล กับบริษัทสปอนเซอร์ที่เข้ามาทำทีม ซึ่งอันที่จริงแล้ว หลายๆทีมก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน แต่ก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาตั้งแต่แรกๆ ทว่าทีโอทีฯกลับปล่อยให้ปัญหาสะสมมานาน จนในที่สุดคนที่ลำบากก็คือตัวนักเตะนั่นเอง ทั้งไม่ได้ค่าจ้าง ไม่มีสวัสดิการในการซ้อม ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผลงานของทีมจึงตกต่ำเป็นอย่างมาก

             ในปัจจุบัน ทีโอทีฯได้ทีมบริหารชุดใหม่มาทำสโมสรแล้ว แต่ก็สายเกินไป ต่อจากนี้ ทีโอทีฯคงจะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่กับดิวิชั่นหนึ่ง หากว่าผู้บริหารตั้งใจทำทีมอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าศักยภาพของทีมน่าจะเพียงพอต่อการกลับมาสู่ไทยพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่หากว่าปล่อยให้เกิดปัญหาแบบฤดูกาลนี้เกิดขึ้นอีก ไม่แน่ว่า เราอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นทีโอทีฯในสังเวียนฟุตบอลอาชีพอีกเลยก็เป็นได้

ติมอร์ตะวันออก กับโอกาสการเป็นเจ้าอาเซียน

              ประเทศติมอร์ตะวันออก ถือว่าเป็นประเทศเกิดใหม่ได้ไม่นาน แต่มีพัฒนาการด้านฟุตบอลที่เร็วเป็นอย่างมาก ด้วยทรัพยากรด้านคนที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ติมอร์ตะวันออก ต้องเลือกใช้บริการนักเตะโอนสัญชาติมาเล่นให้กับทีมชาติของตนเอง แต่ก็ปฎิบัติตามเงื่อนไขของฟีฟ่า ส่งผลทำให้ทีมชาติติมอร์ตะวันออกมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงรอบปีมานี้ทำผลงานในระดับนานาชาติได้ดีเกินกว่ามาตรฐาน จากเมื่อสองถึงสามปีก่อน ติมอร์ตะวันออก เป็นเพียงทีมหมูสนามที่คอยแจกแต้มให้กับทีมอื่นๆเท่านั้น

              นักเตะที่ติมอร์ตะวันออก เลือกใช้บริการโอนสัญชาติเป็นนักเตะบราซิล ซึ่งแต่เดิมเคยตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของโปรตุเกสเช่นเดียวกัน หากวัดในระดับอาเซียน ณ ตอนนี้ ติมอร์ตะวันออก ถือว่าพัฒนามาอยู่ในระดับกลางของอาเซียนได้แล้ว ซึ่งในอนาคตข้างหน้าเรามีโอกาสได้เห็นติมอร์ตะวันออก ขึ้นมาเบียดแชมป์อาเซียนกับทีมชาติไทย เหมือนกับที่สิงคโปร์เคยทำได้อย่างแน่นอน เพราะ นักเตะทีมชาติติมอร์ตะวันออก เลือกสรรนักเตะที่มีฝีมือมาเป็นอย่างดี เพียงแต่ในตอนนี้ ยังไม่เข้าขากันทั้งทีมเท่านั้น จึงยังไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาอย่างเต็มที่

            อย่างไรก็ตาม แนวทางของนักเตะโอนสัญชาติอาจจะไม่ได้เป็นแนวทางที่ยั่งยืนมากนัก เพราะนักเตะไม่ได้มีความผูกพันกับชาตินั้นๆ เรื่องการทุ่มเทในการเล่น อาจจะกลายมาเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน หากว่าทีมทำผลงานได้ไม่ค่อยดี เพราะการให้สัญชาติของติมอร์ตะวันออกค่อนข้างให้สัญชาติง่ายเกินไปสำหรับนักเตะ ซึ่งต่างจากการได้สัญชาติโดยการอยู่มานานหรือเกิดที่ประเทศดังกล่าวนักเตะจะมีความรู้สึกของการเป็นชาติมากกว่านั่นเอง

เนย์มาร์ ว่าที่นักเตะอันดับหนึ่งของโลกในยุคต่อไป

               เนย์มาร์ ถือว่าเป็นนักเตะทีมชาติบราซิลของบาเซโลน่า ที่ต้องจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะยุคของแข้งอันดับหนึ่งอย่างเมสซี่และโรนัลโด กำลังจะผ่านพ้นไป ก้าวขึ้นสู่ยุคใหม่ของเนย์มาร์ ซึ่งก็ต้องบอกว่าในทุกวันนี้สามารถมาแทนเมสซี่ในช่วงที่เจ็บได้เป็นอย่างดี และด้วยฟอร์มการเล่น เทคนิค ความสามารถเฉพาะตัว ที่ต้องบอกว่าเนย์มาร์ทำได้อย่างดีเยี่ยม และคู่ควรกับคำว่าอันดับหนึ่งของโลกในยุคต่อไปอย่างแน่นอน

               เนย์มาร์เองเมื่อเทียบกับนักเตะในรุ่นเดียวกัน ต้องบอกว่าฝีเท้าห่างกันมาก รวมถึงบรรดานักเตะที่จะสามารถขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้วยการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ได้ ก็ไม่มีใครคู่ควรเท่ากับเนย์มาร์อีกแล้ว เพราะนักเตะที่เก่งๆในยุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็คือยุคของโรนัลโดและเมสซี่นั่นเอง เมื่อทั้งสองโรยราไป คนอื่นๆก็ย่อมที่จะโรยราตามอย่างแน่นอน คนที่เราจะบอกว่าเก่งที่สุดในโลกได้ ต้องสามารถแบกทีมของตนเองได้

              เนย์มาร์เองผลงานกับบาเซโลน่า ก็ถือได้ว่าสุดยอด แม้จะโดนเมสซี่ดับรัศมีไปมาก แต่ในช่วงที่เมสซี่ไม่อยู่ เราได้เห็นฟอร์มอันสุดยอดของเนย์มาร์มากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งเนย์มาร์ไม่ว่าจะเล่นให้กับสโมสรไหนก็น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงก็คือ กลัวว่าเนย์มาร์จะไม่สามารถมาช่วยยกระดับความสามารถให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เนย์มาร์เล่นฟุตบอลเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก และเล่นเพื่อทีมมากกว่าตนเองอย่างแน่นอน

43 ปีที่รอคอย ทีมชาติฮังการี ได้ไปเตะรอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

             ถือว่าเป็นเรื่องที่หักปากกาเซียนเป็นอย่างมาก เมื่อทีมชาติฮังการี สามารถสยบทีมชาตินอร์เวย์คว้าตั๋วในการไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปได้แบบประทับใจ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกในรอบ 43 ปี อีกด้วย การเป็นทีมม้านอกสายตา แต่กลับสร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยม เป็นเรื่องที่ทีมชาติไทยควรจะศึกษาเกี่ยวกับวงการฟุตบอลฮังการีเป็นอย่างมาก เพราะมีลักษณะคล้ายคลึงกับสถานการณ์ฟุตบอลทีมชาติไทยในปัจจุบันมาก

            ทีมชาติฮังการีอาศัยทีมเวิร์คมากกว่าซุปเปอร์สตาร์ภายในทีม โดยนักเตะแต่ละคนมีความสำคัญเท่ากันหมด ไม่มีซุปเปอร์สตาร์ในทีมชาติฮังการี เช่นเดียวกับทีมชาติไทย นอกจากนั้นแล้ว แรงใจจากแฟนบอลก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ทีมชาติฮังการีมาถึงจุดนี้ ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรรอบคัดเลือกที่ผ่านมา แฟนบอลต่างเข้ามาให้กำลังใจทีมรักอย่างล้นหลาม กรณีเดียวกับไทยที่แฟนบอลเข้ามาเชียร์จนสนามแทบแตก

            สมาคมฟุตบอลของฮังการีมีบทบาทสำคัญมากในการวางแผนเกี่ยวกับการเล่นนัดชี้ชะตา เมื่อขอความร่วมมือกับสโมสรอื่นๆในลีกเพื่อเลื่อนการแข่งขัน เป็นการป้องกันไม่ให้นักเตะทีมชาติเจ็บ จะได้สามารถลงเล่นได้อย่างเต็มที่ นี่ก็เหมือนพี่ไทยเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า เราขอหลายนัดไมได้ขอเพียงนัดเดียวนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว ยังได้มีการลงทุนจำนวนมากเพื่อพัฒนาลีกฟุตบอลในประเทศ ทั้งสนามการแข่งขัน การจำกัดผู้เล่นต่างชาติเพื่อให้นักเตะฮังการีมีโอกาสได้เกิด ซึ่งดูแล้วก็คล้ายๆกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพียงแต่ดูเป็นมืออาชีพมากกว่าเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ทีมชาติไทยจำเป็นอย่างมากในการศึกษาทีมชาติฮังการีเป็นตัวอย่าง